สรุปข้อมูลจาก iCreator Report 2025 ที่นักขายออนไลน์ห้ามพลาด!!

ปี 2025 ตลาดออนไลน์ไม่ใช่แค่การแข่งขันในเรื่อง “ราคาถูกที่สุด” อีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันด้าน คอนเทนต์ ความน่าเชื่อถือ และตัวตนของผู้ขาย มากขึ้นเรื่อยๆ และหนึ่งในรายงานที่สะท้อนภาพวงการนี้ได้ชัดเจนที่สุดก็ คือ iCreator Report 2025 จาก RAiNMAKER ที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกของครีเอเตอร์ และพฤติกรรมการทำคอนเทนต์ของคนไทย นำมาไว้ในที่เดียวแบบเจาะลึก

บทความนี้จะมาสรุป “ประเด็นสำคัญทั้งหมด” ที่นักขายออนไลน์ และแม่ค้าออนไลน์ควรรู้ไว้ เพื่อปรับกลยุทธ์การขายให้ทันกระแสปี 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ

iCreator Report 2025 คืออะไร?

รายงาน Thailand’s Creator & Influencer Report: iCREATOR REPORT 2025 จัดทำขึ้นโดย RAiNMAKER ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ Wisesight, Tellscore และคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

iCreator Report 2025 ถือได้ว่าเป็น “รายงานฉบับแรกของไทย” ที่พยายามรวบรวมข้อมูลเชิงลึก (ทั้งเชิงปริมาณ และคุณภาพ) ของวงการครีเอเตอร์ไทย  ทั้งครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ แบรนด์ เอเจนซี และแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมของ “Creator Economy” ในไทยอย่างชัดเจน

โดยจัดทำจากข้อมูล 

    • Social Listening กว่า 66,000+ บัญชี
    • แบบสอบถามครีเอเตอร์ 468 คน
    • สัมภาษณ์เชิงลึกจากแบรนด์ เอเจนซี และผู้เชี่ยวชาญในวงการ

เป้าหมายหลักของรายงาน คือ 

    • ผลักดันให้วงการครีเอเตอร์ไทยไปไกลระดับโลก
    • เป็นข้อมูลอ้างอิงทั้งในระดับประเทศ และภูมิภาค เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพรวมของวงการครีเอเตอร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
    • เสริมสร้าง Ecosystem ของวงการครีเอเตอร์ไทยให้แข็งแรง และเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ภาพรวมใคร คือ ครีเอเตอร์ไทยในปี 2025

    • กลุ่มอายุหลักของครีเอเตอร์ คือ Gen Y (~63 %) และ Gen Z (~30 %)
    • ครีเอเตอร์ไทย ส่วนใหญ่ยังทำงานควบคู่กับงานประจำมากกว่า 62.2% ทำคอนเทนต์เป็นงานเสริม และมีเพียง ~13% ที่ทำคอนเทนต์เป็นอาชีพหลักอย่างเดียว
    • ส่วนใหญ่เป็น Solo Creator 73.7% ทำคอนเทนต์คนเดียวตั้งแต่คิดไอเดีย > ถ่าย > ตัดต่อ > Post > ติดต่อแบรนด์/ลูกค้าเองทั้งหมด

สิ่งที่นักขายควรรู้

รูปแบบ “แม่ค้าออนไลน์ยุคนี้” ไม่ต่างจากครีเอเตอร์ เพราะส่วนใหญ่มักทำธุรกิจออนไลน์ด้วยตนเอง นับได้ว่าเป็น Solo Creator + เจ้าของร้าน + พนักงานการตลาด ในคนเดียว เพราะทั้งทำคอนเทนต์เอง ขายเอง บริหารร้านเองทั้งหมด นั่นแปลว่า การขายออนไลน์ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมีทีมใหญ่ก็ได้ คนคนเดียวสามารถสร้างแบรนด์ และยอดขายได้จริง

แพลตฟอร์ม & ช่องทางการทำคอนเทนต์ที่นิยม

    • แพลตฟอร์มที่ครีเอเตอร์ไทยใช้งานมากที่สุด คือ
      • Facebook (~31%)
      • TikTok (~27%)
      • Instagram (~25%)
      • YouTube (~17%)
    • แต่ถ้าถามว่า อยากดัง และให้คนจดจำได้  มากกว่า 52.1% บอกว่าเลือก TikTok เป็นแพลตฟอร์มหลัก เพราะอัลกอริทึมเอื้อครีเอเตอร์หน้าใหม่ ไม่ต้องมีผู้ติดตามเยอะก็มีโอกาสติดไวรัลได้ง่ายกว่า
    • ฟอร์แมตที่ได้รับความนิยมสูงสุด Video สั้น (Short-form content)  เป็นมาตรฐานของคอนเทนต์ยุคนี้ รองลงมาคือ ภาพเดี่ยว (Single Photo) และรูปอัลบั้ม (Photo Album)

สิ่งที่นักขายควรทำ

    • อย่าพึ่งแพลตฟอร์มเดียว
    • ควรให้ความสำคัญกับ TikTok + Facebook เพราะ TikTok = ตัวเรียก Traffic และ Facebook = ตัวปิดการขาย

ประเภทคอนเทนต์ & แนวโน้ม

จากกลุ่มครีเอเตอร์ที่ตอบแบบสำรวจ พบว่า 6 หมวดคอนเทนต์ยอดนิยมคือ

    1. Lifestyle — ~ 19.36%
    2. Beauty & Fashion — ~ 16.83%
    3. Travel — ~ 8.50%
    4. Entertainment — ~ 8.30%
    5. Gaming — ~ 6.53%
    6. Food & Drink / Café — ~ 6.53%

นอกจากนี้ ยังพบว่า “คอนเทนต์กลุ่มเฉพาะทาง (Niche)” อย่าง สัตว์เลี้ยง, พ่อแม่/เด็ก, งานอดิเรก/ศิลปะ เริ่มได้รับความนิยม และมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ 

นักขายออนไลน์ควรทำคอนเทนต์ยังไงดี?

จากข้อมูลทั้งหมด สรุปสูตรง่ายๆ คือ ขายให้น้อย เล่าให้มาก แทนที่จะโพสต์ “ขายของตรงๆ”  ให้เปลี่ยนเป็น คอนเทนต์ที่ดูเหมือน “ให้ความรู้” หรือ “ใช้งานจริง”  ทำยอดขายได้ดีกว่าโฆษณาตรง ตัวอย่างเช่น

      • ไลฟ์สไตล์การใช้สินค้า
      • รีวิวจากประสบการณ์จริง
      • Storytelling ก่อนสอนขาย
      • เล่า How-to ปัญหาที่ลูกค้าเจอ

การสร้างรายได้ (Monetization)

ช่องทางหลักที่ครีเอเตอร์ไทยใช้สร้างรายได้ตามรายงาน

    • รายได้หลักจากแพลตฟอร์มเอง (Platform Payout) — ~ 46.6%
    • สปอนเซอร์ / แบรนด์ — ~ 37.8%
    • Affiliate / การปักตะกร้า (Shopping-links) — ~ 25.6%
    • ทางเลือกอื่นๆ เป็นวิทยากร, รับ Donate/ของขวัญ, ขาย Merchandise เป็นต้น 

แต่รายงานยังพบว่ามี ครีเอเตอร์จำนวนหนึ่ง (~22–24%) ที่ ยังไม่สามารถทำรายได้จากคอนเทนต์เลย  แสดงให้เห็นว่าแม้โอกาสจะเยอะ แต่การยืนระยะ และสร้างรายได้จริงยังมีความท้าทายสูง

นักขายควรเรียนรู้อะไร?

    • ไม่ต้องรอแบรนด์จ้าง
    • นักขายก็เป็น Affiliate ได้
    • ใช้คอนเทนต์ “สร้างรายได้หลายทาง” เพราะในยุคนี้ “คอนเทนต์ 1 ชิ้น”  สามารถสร้างรายได้หลายช่องทางพร้อมกัน เช่น
      • รีวิวสินค้าพ่วง Affiliate
      • สร้างช่อง TikTok → ทำยอดวิว
      • ขายของ + ติดตะกร้า + รับคอมมิชชัน

ปัญหา & ความท้าทายของวงการครีเอเตอร์ไทย

  • งานคอนเทนต์จำนวนมากยังเป็นงานเสริม  ทำควบกับงานประจำ ทำให้ยากที่จะทำเต็มเวลาอย่างจริงจัง หรือวางแผนระยะยาวได้มากนัก
  • ขาดการยอมรับ ในฐานะอาชีพ แม้มีการเติบโตของ “Creator Economy” แต่ครีเอเตอร์ส่วนใหญ่ยังขาดการยอมรับในฐานะอาชีพจริง และยังไม่มีสวัสดิการ/การคุ้มครองเท่าอาชีพอื่นๆ ซึ่งรายงานตั้งคำถามว่า “ถ้าจะให้วงการยั่งยืน” อาจต้องมีการผลักดันในระดับโครงสร้างสังคม และกฎหมาย
  • การแข่งขันสูง  ทั้งจากจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่ม, การเปลี่ยนแปลงของอัลกอริทึมแพลตฟอร์ม และแนวโน้มที่หลายคนพยายาม “ดึงกระแส”  ทำให้ผู้สร้างคอนเทนต์ต้องมีความชัดเจนในตัวตน (Personal Branding) ทักษะการเล่าเรื่อง และเข้าใจกลุ่มผู้ชมให้ดี เพื่อยืนระยะได้

ข้อสรุปที่สำคัญสำหรับ นักขายออนไลน์ / ครีเอเตอร์ / แบรนด์

  • วงการครีเอเตอร์ไทยโตจริง  มีโอกาสเติบโต และเป็นอาชีพที่ “จับต้องได้” แม้ยังมีความไม่แน่นอน
  • เริ่มต้นโดยการเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับตัวเรา (โดยเฉพาะ TikTok + Short-form content) และเข้าใจว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหนดี (Lifestyle, Beauty, Niche ฯลฯ) จะช่วยให้โอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้น
  • การสร้างรายได้ควรมาจากหลายช่องทาง (แพลตฟอร์ม + สปอนเซอร์ + Affiliate + สินค้า/บริการ) ไม่ควรพึ่งแค่ช่องทางเดียว
  • อย่าลืมวางแผนระยะยาว สร้างตัวตนชัด รู้จักผู้ชม และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์ม  เป็นสิ่งสำคัญสำหรับ “การอยู่รอด” ในวงการนี้

iCreator Report 2025 ไม่ใช่แค่รายงานสรุปตัวเลข แต่คือ “พิมพ์เขียว” ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจกลไกของวงการครีเอเตอร์ไทยได้อย่างถ่องแท้ ไม่ว่าคุณจะเป็นครีเอเตอร์ที่ต้องการวางแผนอนาคต หรือนักการตลาดที่ต้องการกลยุทธ์ที่แม่นยำ นี่คือรายงานที่คุณไม่ควรพลาดครับ!

แต่ถ้าหากอยากฟีเจอร์ระบบหลังบ้านกว่า 100 ฟีเจอร์ ที่สามารถช่วยในการขายของออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีบริการขนส่งในราคาพิเศษ ถูกกว่าไปส่งเองที่หน้าร้าน และยังสามารถเรียกรถเข้ารับฟรีได้ถึงหน้าบ้าน ต้องมาใช้งานระบบ iShip แถมระบบยังใช้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน! สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line: @iShip หรือเพจ Facebook IShip ระบบจัดการรวมขนส่งออนไลน์ ได้ทุกวันตั้งแต่ 08.00 – 22.00 น. ครับผม

SHARE